ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไซบีเรีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไซบีเรีย แสดงบทความทั้งหมด

Por-Bajin โบราณสถานลึกลับอายุกว่า 1,300 ปี

โบราณสถานอายุกว่า 1,300 ปี
แห่งไซบีเรีย ซึ่งเต็มไปด้วยปริศนา
ที่รอคำตอบ 

           ปอร์-บาจิน (Por-Bajin) โบราณสถานอายุกว่า 1,300 ปี บนเทือกเขาสูงของไซบีเรีย ซึ่งถูกยกให้เป็นโบราณสถานที่ลึกลับสุดในรัสเซีย เปี่ยมไปด้วยปริศนา สร้างไว้ทำไม และเหตุใดจึงถูกละทิ้ง 

           ยังคงมีอีกหลายพื้นที่ในโลกที่เปี่ยมไปด้วยความลึกลับ ยากที่จะค้นหาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งปลูกสร้างจากอดีต แม้จะมีวิทยาการสมัยใหม่มาช่วยเหล่านักโบราณคดี ในการค้นคว้าและแสวงหาเรื่องราวความเป็นมาก็ตาม เช่นเดียวกับ ปอร์-บาจิน  (Por-Bajin) เมืองโบราณแห่งไซบีเรีย ซึ่งได้รับการยกให้เป็นโบราณสถานที่ลึกลับที่สุดในรัสเซีย 

           สำหรับความลึกลับของโบราณสถานที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,300 ปี แห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลสาบ Tere-Khol บนเทือกเขาทางตอนใต้ของไซบีเรียใกล้กับพรมแดนมองโกเลีย ห่างจากกรุงมอสโกถึง 3,800 กิโลเมตร แต่ยังมีปริศนาที่นักโบราณคดีหาคำตอบไม่ได้ นั่นก็คือ ใครเป็นผู้สร้างมัน และเหตุใดพวกเขาจึงเลือกที่จะละทิ้งสถานที่แห่งนี้ไป 

           สำหรับชื่อ Por-Bajin เป็นภาษาตูวันซึ่งหมายถึง "บ้านโคลน" สถานที่แห่งนี้มีลักษณะคล้ายป้อมปราการขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ครอบคุลมเนื้อที่ 35,000 ตารางเมตร คาดว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่าง ค.ศ. 744-840 (พ.ศ. 1287-1383) มันถูกค้นพบและกลายมาเป็นที่รู้จักของสังคมโลกในปี ค.ศ. 1891 (พ.ศ. 2434) แต่เพิ่งจะมีการเริ่มลงพื้นที่ศึกษาค้นคว้าหาความเป็นมาของที่แห่งนี้อย่างจริงจังเมื่อ ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550)

           😂จากการวิจัยเชิงลึก กลุ่มนักโบราณคดีได้ค้นพบแผ่นดินรูปรอยเท้าของมนุษย์ พบภาพวาดปูนปลาสเตอร์สีจาง ๆ บนกำแพง พบประตูทางเข้าขนาดยักษ์ รวมถึงชิ้นส่วนไม้ที่ถูกเผา เพื่อที่จะทำให้เห็นภาพรวมของสถานที่ได้ชัดเจนขึ้น นักโบราณคดีจึงใช้อุปกรณ์เลเซอร์มาช่วยสร้างแผนที่ และสามารถสร้างแบบจำลอง 3 มิติของสถานที่ดังกล่าวได้สำเร็จ จนพบว่ามันมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมแบบจีน 

           ภายในโบราณสถานแห่งนี้ประกอบไปด้วยกำแพงภายนอกที่สูง 10 เมตร มีประตูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า ภายในมีลานกว้าง 2 ส่วนที่ถูกกั้นไว้ด้วยประตูอีกบาน สำหรับกำแพงที่อยู่ภายในมีขนาดความสูงเพียง 1 เมตร ซึ่งนักโบราณคดี อิริน่า อาร์ซานเซวา ได้ตีพิมพ์รายงานใน The European Archaeologist  แสดงความเห็นว่าสิ่งปลูกสร้างในที่แห่งนี้ มีลักษณะคล้ายสถาปัตยกรรมจีนสมัยราชวงศ์ถัง 

           แต่แม้จะได้ข้อมูลเรื่องลักษณะสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนสามารถระบุอายุคร่าว ๆ ของสถานที่แห่งนี้ได้ ก็ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าเหตุใดพวกเขาถึงเลือกที่จะสร้างมันขึ้นบนเกาะที่อยู่โดดเดี่ยว เพราะจุดดังกล่าวนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,299 เมตร ต้องเผชิญต่อสภาพอากาศที่สุดขั้วของไซบีเรีย ทั้งยังตั้งอยู่ห่างไกลจากเส้นทางการค้าหลัก ๆ

           อีกสิ่งที่ยังไม่มีใครตอบได้คือ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างเพื่อใช้ประโยชน์อะไร โดยยังคงมีการถกเถียงกันในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ที่บ้างก็มองว่ามันเป็นชุมชนอาศัยที่มีศูนย์กลางเป็นอารามทางศาสนา บ้างก็มองว่าอาจเป็นพระราชวังฤดูร้อน อาจจะเป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ บ้างก็มองว่าที่แห่งนี้น่าจะถูกใช้เป็นอารามทางพุทธศาสนา แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถให้ข้อมูลชี้ขาดได้

           ส่วนปริศนาว่าเหตุใดผู้ที่ก่อสร้างมันจึงได้ละทิ้งที่แห่งนี้ไป ได้มีผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าอาจเป็นเพราะที่แห่งนี้ขาดระบบให้ความร้อน 
Por-Bajin
           ด้านประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งเคยไปเยือนสถานที่แห่งนี้ในอดีตก็ยังต้องเอ่ยปากเลยว่า แม้ตนจะไปมาหลายที่ พบเห็นสิ่งต่าง ๆ มามากมาย แต่ก็ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

การค้นพบครั้งสำคัญซากสิงโตอายุ55,000ปีที่สมบูรณ์ที่สุดในไซบีเรีย

การค้นพบครั้งสำคัญ! ซากสิงโตที่สมบูรณ์ที่สุดในไซบีเรีย ที่อาจอธิบายการสูญพันธุ์ของแมมมอธได้

การค้นพบที่น่าตื่นตาตื่นของนักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์ เมื่อซากของลูกสิงโตสองตัวถูกพบในชั้นดินบริเวณเขตไซบีเรียประเทศรัสเซีย ในสภาพที่สมบูรณ์ชนิดที่ว่านักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง! เพราะมันอาจมีอายุมากถึง 55,000 ปี

แต่มันเหมือนเพิ่งจะตายได้ไม่กี่เดือนลูกสิงโตสองตัวนี้ถูกพบในช่วงฤดูร้อนปี 2015 ในเขตไซบีเรีย ที่คาดว่าทั้งสองตัวเป็นพี่น้องกัน เป็นสิงโตที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 10,000 ปีก่อนคริสตกาล
ทั้งคู่มีอายุ่ราว 1-2 สัปดาห์เท่านั้นก่อนเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตภายในถ้ำที่ถล่มลงมาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยถูกสันนิษฐานว่ามีอายุราว 12,000 สองพันปีในตอนแรก แต่ภายหลังพบว่าอาจมีอายุถึง 55,000 ปีโดยประมาณ 

เพิ่มคำอธิหลังตรวจสอบเพอร์มาฟรอสท์ (Permafrost) หรือชั้นดินที่อยู่ในสภาพต่ำกว่าจุดเยือกแข็งพบว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในยุคน้ำแข็ง 25,000 ถึง 55,000 ปีก่อนที่รู้จักในชื่อ “สิงโตถ้ำ”หรือ Panthera leo spelaea
นักวิเคราะห์ได้ทำการสแกนด้วย CT scan พบว่า มีของเหลวบางอย่างอยู่ภายในกระเพาะอาหารที่คล้าย “น้ำนมของแม่สิงโต”
หรือของเหลวบางชนิด แต่ด้วยซากของลูกสิงโตเป็นสิ่งที่สำคัญและค่อนข้างบอบบางทำให้ยังไม่สามารถที่จะผ่าหรือนำของเหลวออกมาทำการตรวจพิสูจน์ได้ แล้วหากเหลวภายในกระเพาะของลูกสิงโตเป็นน้ำนมของแม่สิงโตจริงๆ พวกเขาจะสามารถวิเคราะห์สิ่งที่แม่สิงโตจากยุคโบราณกินเป็นอาหารเมื่อราวหมื่นปีก่อนได้อย่างละเอียด แล้วมันอาจนำไปสู่คำตอบว่าทำไม่สิงโตถ้ำเหล่านี้ถึงสูญพันธุ์

แต่ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ยังไม่มีเครื่องมือใดที่สามารถวิเคราะห์อวัยวะภายในของซากลูกสิงโตทั้งสองโดยไม่สร้างความเสียหาย มันจึงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อรอความก้าวหน้าของอุปกรณ์ที่จะไม่ส่งผลต่อซากของสัตว์โบราณชนิดนี้ โดยหวังว่าวันนึงเราจะทราบว่าทำไมสิงโตถ้ำที่อยู่ในยุคเดียวกับแมมมอธถึงสูญพันธ์ุไปจากโลกที่ยังคาใจใครหลายคนได้.
Panthera leo spelaea